วิธีคิด
Business
การคิดงานจากการตั้งคำถามที่ว่า “ทำไปทำไม?” และ “ทำไมจะทำไม่ได้?”

ในการทำงาน Digital Consultant หนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การหาคำตอบ แต่คือการตั้งคำถามให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น SUFFIX ใช้คำถามสองรูปแบบในการคิดงานทุกโปรเจกต์ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนหรืองานออกแบบ เพราะคำถามที่ต่างกันนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างชัดเจน การเข้าใจว่าควรใช้คำถามไหนในสถานการณ์แบบไหนจึงเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการทำงานของเรา
ทำไม (Why?)
คิดโดยการเริ่มต้นว่าโปรเจกต์นี้ทำไปทำไม ซึ่งทำให้ได้ผลลัพธ์หรือขั้นตอนของการทำงานที่มีเหตุผลและมีจุดประสงค์ที่ชัดเจน
ผลลัพธ์ของงานที่ออกมาจากวิธีคิดนี้คือ
ข้อดี: งานออกมาตรงประเด็น อธิบายง่าย และได้มาตรฐาน เช่น การออกแบบเว็บไซต์ที่ยึดตาม Best Practice ของอุตสาหกรรม ผู้ใช้งานคุ้นเคยและเข้าใจได้ทันที ทีมงานสามารถอธิบายเหตุผลของทุก Element ได้ชัดเจน
ข้อเสีย: งานที่ได้อาจจะไม่ได้แตกต่างไปจากธุรกิจอื่น ๆ ที่เป็นคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพราะทุกคนต่างก็ตอบคำถาม "Why?" จากโจทย์และข้อมูลชุดเดียวกัน ผลลัพธ์จึงมักออกมาในทิศทางที่คล้ายกัน
ทำไมจะทำไม่ได้ (Why not?)
คือการคิดโดยมองหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ที่ธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกันอาจยังไม่เคยทำ หรือแนวทางจากอุตสาหกรรมอื่นที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานได้อย่างเหมาะสม และยังคงตอบโจทย์ตามเป้าหมายของโปรเจกต์
ผลลัพธ์ของงานที่ออกมาจากวิธีคิดนี้คือ
ข้อดี: งานออกมาแตกต่าง ตัวอย่างเช่น การนำ Mechanic ของ Gamification จากวงการ Fintech มาใช้กับแคมเปญ Loyalty ของแบรนด์ค้าปลีก ซึ่งในอุตสาหกรรมนั้นยังไม่มีใครทำ ทำให้แบรนด์สร้าง Impression ที่จดจำได้และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้ทันที
ข้อเสีย: ความเสี่ยงของงานที่ออกมาอาจจะวัดผลได้ยากกว่า เพราะไม่มี Benchmark เดิมในอุตสาหกรรมให้เปรียบเทียบ และอาจต้องใช้เวลานานกว่าในการทดสอบและปรับแต่ง
สองคำถาม สองผลลัพธ์
การคิดงานจากการตั้งคำถามสองรูปแบบนี้ทำให้ทิศทางและผลลัพธ์ของงานที่ออกมาแตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ งานที่ได้มาตรฐาน และงานที่แสดงให้เห็นความเป็นไปได้
ตลอดการทำงานที่ผ่านมาของ SUFFIX เรามีลูกค้าที่เลือกแนวทางของงานที่ได้มาตรฐานและมีลูกค้าที่เลือกแนวทางในการหาความเป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นแผนการตลาดไปจนถึงรูปแบบการออกแบบสื่อดิจิทัลต่าง ๆ ทั้งสองแนวทางต่างมีคุณค่าในตัวเองและเหมาะกับสถานการณ์ที่แตกต่างกัน การเลือกใช้จึงขึ้นอยู่กับเป้าหมายของธุรกิจ ความพร้อมของทีม และความเสี่ยงที่ยอมรับได้
สรุป
ในช่วงปี 2020 ที่ผ่านมาหลังจากเริ่มมีการระบาดโควิด สิ่งที่เราสังเกตเห็นได้ชัดเจนคือธุรกิจเริ่มมองหา "ความเป็นไปได้" ในการทำการตลาดรวมถึงผลิตภัณฑ์ดิจิทัลมากขึ้น เพราะ Disruption ที่เกิดขึ้นทำให้ทำตาม Standard เดิมไม่ได้อีกต่อไป และแบรนด์ที่กล้าตั้งคำถามว่า "ทำไมจะทำไม่ได้?" มักเป็นแบรนด์ที่สร้างโอกาสใหม่ได้เร็วกว่าในช่วงที่ตลาดเปลี่ยนแปลง Trend นี้ยังคงดำเนินต่อมาแม้หลังวิกฤต เพราะผู้บริโภคเริ่มคาดหวัง Experience ที่แปลกใหม่และตอบโจทย์ได้ตรงกว่าเดิม
คำถามที่พบบ่อย
ควรเลือกใช้ Why? หรือ Why not? เมื่อไหร่?
กรอบคิดนี้ใช้กับงานประเภทไหนได้บ้าง?
ข้อเสียของ Why not? จัดการได้อย่างไร?
ใช้ทั้งสองคำถามร่วมกันในโปรเจกต์เดียวได้ไหม?
เขียนโดย
Director
เจตน์ เศรษฐฐิติ