วิธีคิด

Business

ทำไมธุรกิจถึงต้องการมุมมองจากภายนอก | ที่ปรึกษาดิจิทัล

<p>ทำไมธุรกิจถึงต้องการมุมมองจากภายนอก | ที่ปรึกษาดิจิทัล</p>

เมื่อเราอยู่ใกล้ปัญหา เราจะไม่สามารถมองเห็นมันได้ทั้งหมด

การมีที่ปรึกษาดิจิทัลหรือผู้เชี่ยวชาญภายนอกเข้ามาช่วยธุรกิจ คือการนำมุมมองที่ปราศจากอคติภายในองค์กร ประสบการณ์จากหลากหลายโปรเจกต์ และความสามารถในการทำงานโดยอิสระมาเสริมจุดอ่อนที่ทีมภายในมองไม่เห็น โดยเฉพาะเมื่อปัญหาหรือโอกาสนั้นซ่อนอยู่ในโครงสร้างที่คนในองค์กรชินชาจนมองข้ามไป

 

"เมื่อเราอยู่ใกล้ปัญหาหรือเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา เราจะไม่สามารถมองเห็นปัญหาได้ทั้งหมด หรือแก้ปัญหาเองได้"

 

ปัญหาส่วนใหญ่ในธุรกิจสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น ระบบ ทรัพยากร และอื่นๆ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้คือสาเหตุที่ทำให้ธุรกิจควรมีที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่เป็นคนนอกองค์กร

 

การมีผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษาภายนอกมีประโยชน์กับธุรกิจประเภทไหนบ้าง?

ธุรกิจเอกชน (Private Company)

หากธุรกิจต้องการขยายทีมเพื่อรองรับเทคโนโลยีหรือบริการใหม่ๆ จะมีส่วนของค่าใช้จ่ายและระบบการฝึกทีมงานที่แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือการเข้าใจกลไกการทำงานของบริษัท และการฝึกทักษะเฉพาะด้านเพิ่มเติม

ดังนั้นสิ่งที่ธุรกิจจะเสียไปนอกจากค่าใช้จ่ายแล้ว คือ "เวลา" ซึ่งหากพิจารณาจากลักษณะงาน ในกรณีที่เป็นโปรเจกต์ระยะสั้นและระยะกลาง การมีบริษัทผู้เชี่ยวชาญภายนอกจะช่วยประหยัดเวลาในการพัฒนาธุรกิจใหม่ได้ ส่วนถ้าเป็นโปรเจกต์ระยะยาว ก็สามารถตกลงกันในเรื่องการถ่ายโอนงานหรือการฝึกทีมงานเมื่อส่งมอบงานได้เช่นกัน

 

ธุรกิจครอบครัว (Family Business)

ผู้ประกอบการรุ่นใหม่อาจต้องการใช้หรือทดลองเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับธุรกิจครอบครัว แต่ด้วยลักษณะความสัมพันธ์ที่เป็นเครือญาติ การผลักดันการเปลี่ยนแปลงจากภายในอาจเป็นเรื่องที่ทำได้ยากกว่าปกติ เพราะข้อเสนอแนะจากคนในครอบครัวมักถูกมองผ่านเลนส์ของความสัมพันธ์ ไม่ใช่แค่ข้อมูลทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว

ในกรณีเช่นนี้ ผู้เชี่ยวชาญภายนอกช่วยได้ทั้งในส่วนของการทำงานจริงและการนำเสนอข้อมูลเพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลง เพราะในฐานะคนนอก การพูดถึงเรื่องการตลาดหรือเทคโนโลยีจะได้รับการรับฟังในแง่ของข้อมูลและประสบการณ์มากกว่า ทำให้เกิดการพัฒนาสิ่งต่างๆ ได้จริงในธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

 

ธุรกิจมหาชน (Public Company)

การมีทีมงานเยอะและครบทุกหน่วยงานอาจส่งผลดีต่อภาพรวมของธุรกิจ แต่ถ้ามองเฉพาะด้านการตลาดหรือเทคโนโลยี ผู้เชี่ยวชาญภายนอกอาจมองเห็นแนวทางใหม่ๆ เพื่อนำมาปรับใช้ได้มากกว่า เนื่องจากประสบการณ์และปริมาณงานที่หลากหลายกว่า

 

ลองจินตนาการถึงเวลา 1 ปี

ทีมพัฒนาเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันภายในองค์กรสามารถทำงานและพัฒนางานของบริษัทและบริษัทในเครือได้ 1–3 โปรเจกต์ ซึ่งแน่นอนว่าจะเข้าใจผลิตภัณฑ์หรือบริการของตนเองเป็นอย่างดี แต่เมื่อเทียบกับทีมพัฒนาภายนอกที่ทำงานด้านนี้เหมือนกัน อาจทำงานมากถึง 10–12 โปรเจกต์ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่หลากหลาย

ความแตกต่างในแง่จำนวนและความหลากหลายของโปรเจกต์นั้น หมายความว่าทีมภายนอกได้เผชิญกับปัญหาในหลายรูปแบบ ทดลองวิธีแก้ที่หลากหลาย และสะสมประสบการณ์ที่ทีมภายในอาจยังไม่เคยเจอมาก่อน ซึ่งหากทั้งสองทีมได้ทำงานร่วมกัน ผลลัพธ์ของงานมักออกมาดีกว่า เพราะนอกจากจะช่วยลดความผิดพลาดและประหยัดเวลาแล้ว ทีมงานภายในยังได้ประสบการณ์และองค์ความรู้จากภายนอกเพื่อนำไปปรับใช้ในการทำงานต่อๆ ไปด้วย

 

ทำงานได้อิสระ ไม่ติดข้อจำกัดภายในองค์กร

นอกจากเรื่องมุมมองและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านแล้ว บริษัทภายนอกยังสามารถทำงานได้โดยอิสระ ไม่ต้องติดปัญหาหรือข้อจำกัดเรื่องเทคโนโลยีหรือกฎระเบียบขององค์กร

 

สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องของผลประโยชน์ภายในองค์กร ผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกสามารถทำงานแก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องตำแหน่ง ความสัมพันธ์ระหว่างแผนก หรือโบนัสที่ผูกกับโปรเจกต์นั้น การไม่มีแรงจูงใจแอบแฝงเหล่านี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกสามารถโฟกัสที่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับธุรกิจได้อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผลลัพธ์โดยรวมของงาน

Share

เขียนโดย
Director

เจตน์ เศรษฐฐิติ