วิธีคิด
Technology
เมื่อไหร่ที่ธุรกิจควรปรับปรุงเว็บไซต์ และปรับอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า

การออกแบบเว็บไซต์ใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นตามตารางเวลาเสมอไป แต่โดยมากจะถูกกระตุ้นด้วย 7 สัญญาณหลัก เช่น การออกแบบที่ล้าสมัย การไม่รองรับมือถือ หรือ SEO ที่ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เมื่อตัดสินใจแล้ว กระบวนการพัฒนาที่ดีจะประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผนไปจนถึงการเปิดตัว เพื่อให้ผลลัพธ์สุดท้ายคุ้มค่ากับการลงทุน
โดยเฉลี่ยแล้วเว็บไซต์มักจะได้รับการออกแบบใหม่ทุก 2–3 ปี ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น เทคโนโลยีที่ใช้ในการพัฒนา ความต้องการของธุรกิจ และพฤติกรรมของผู้ใช้ทั่วไป ตัวอย่างจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทำให้เกิดการซื้อขายออนไลน์มากขึ้น ทำให้การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซโตอย่างต่อเนื่อง จากการปรับตัวของพฤติกรรมผู้บริโภค แบรนด์ก็ผันตัวมาใช้ช่องทางออนไลน์ในการเข้าถึงผู้คนมากขึ้น ทำให้เว็บที่ไม่มีระบบชำระเงินต้องรีบพัฒนาระบบนี้เพื่อรองรับผู้ใช้งาน แต่หากเป็นเว็บไซต์ Informative อาจจะไม่จำเป็นต้องได้รับการออกแบบใหม่บ่อย
สัญญาณใดบ่งชี้ว่าเว็บไซต์ควรได้รับการปรับปรุง?
การตัดสินใจสร้างเว็บไซต์ใหม่หรือปรับปรุงเว็บไซต์ปัจจุบันสามารถพิจารณาได้จากหลายปัจจัย ดังนี้
การออกแบบของเว็บไซต์: หากเว็บไซต์มีการออกแบบที่เก่า ไม่ทันสมัย และการใช้งานหน้าเว็บที่ยาก จะส่งผลโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของแบรนด์
ไม่รองรับการใช้งานบนมือถือ: ปัจจุบันมีผู้ใช้งานจำนวนมากเลือกเข้าเว็บผ่านอุปกรณ์มือถือมากกว่าเดสก์ท็อป ทำให้เว็บที่ไม่รองรับการใช้งานบนมือถือใช้งานยาก โดยจะแสดงผลเป็นรูปแบบคอมพิวเตอร์บนขนาดจอมือถือ แน่นอนว่าถ้าเจอแบบนี้คงไม่มีใครอยากใช้งานต่อ
ความเร็วในการใช้งานเว็บ: เว็บไซต์มีปัญหาการแสดงผลช้า ในแง่ของการเข้าใช้งานหากไม่ได้ช้ามากจะไม่ค่อยเห็นถึงความต่างเท่าไหร่ แต่เราสามารถวัดผลได้จากการใช้ PageSpeed Insights ซึ่งจะแสดงรายละเอียดที่ต้องปรับปรุง ความเร็วของเว็บ การโหลดหน้าเว็บไซต์ทั้งหมด โดยแยกการแสดงผลเป็นมือถือและเดสก์ท็อป ทำให้สามารถแก้ได้ถูกขนาดจอ
ปัญหาด้านความปลอดภัย: เมื่อเทคโนโลยีที่ใช้อยู่ไม่ได้รับการอัปเดต สามารถทำให้เกิดปัญหาความปลอดภัยและทำให้เสี่ยงต่อการถูกโจมตี จนทำให้เว็บไซต์ล่มได้
การทำ SEO ไม่ได้ผลดี: นอกจากเนื้อหาบนเว็บไซต์ที่มีผลต่อ SEO แล้ว โครงสร้างของเว็บเป็นอีกสิ่งที่จำเป็น หากไม่ได้วางโครงสร้างเว็บไซต์ให้รองรับ SEO มาตั้งแต่แรก ประสิทธิภาพของเนื้อหาที่เราทำไปก็จะแสดงผลไม่ได้เต็มที่ องค์ประกอบที่ส่งผลโดยตรง เช่น โครงสร้าง URL ที่สะอาดและอ่านง่าย, Sitemap ที่ถูกต้อง, และ Heading Structure ที่เป็นระบบ ล้วนต้องถูกวางไว้ในระดับ Code ตั้งแต่แรก ซึ่งหากเว็บเก่าไม่ได้รองรับสิ่งเหล่านี้ การแก้ไขทีหลังทำได้ยากและมักไม่ครบถ้วน
ขาดฟีเจอร์ใหม่ที่จำเป็น: บางครั้งเมื่อเราใช้เทคโนโลยีที่เก่ามาก เราจะไม่สามารถอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ได้เพราะระบบไม่รองรับกับเวอร์ชันที่ใช้งานอยู่ เช่น หากเราต้องการระบบชำระเงินที่ต้องการความปลอดภัยสูงมาก แน่นอนว่าไม่มีทางที่จะใช้งานได้เลยถ้าเราไม่อัปเดตหรือทำเว็บใหม่ เพราะระบบชำระเงินจะต้องมีการอัปเดตอยู่เสมอเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน
การเปลี่ยนแปลงในธุรกิจ: ถ้าธุรกิจของคุณเปลี่ยนแปลง การออกแบบเว็บไซต์ใหม่จะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ได้ดียิ่งขึ้น และยังอัปเดตเนื้อหาธุรกิจตามการเปลี่ยนแปลง เช่น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแบรนด์ CI ควรแก้ไขเว็บไซต์ด้วย เพราะถ้ายังใช้เว็บไซต์เดิมจะสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้งาน
ขั้นตอนการออกแบบเว็บไซต์ใหม่มีอะไรบ้าง?
ดังนั้นการทำเว็บไซต์ใหม่ควรจะเกิดขึ้นเมื่อเว็บไซต์เดิมไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของธุรกิจได้ และการพัฒนาใหม่จะช่วยสร้างโอกาสเพิ่มให้ธุรกิจ หลังจากตัดสินใจทำเว็บไซต์ใหม่แล้ว ขั้นตอนการทำเว็บสามารถแบ่งออกเป็นลำดับขั้นต่าง ๆ ได้ดังนี้
1. การวางแผน: วางแผนว่าจุดประสงค์ของการทำเว็บไซต์เพื่ออะไร กลุ่มผู้ใช้ที่คุณต้องการเข้าถึงคือใคร สร้างแผนผังเว็บไซต์ว่าควรมีหน้าใดบ้าง และควรจะวางแผนการพัฒนาเว็บไซต์ เลือกระบบการจัดการเนื้อหาตัวไหน ภาษาที่ใช้เขียน การตั้งค่า Server ตั้งแต่ขั้นตอนนี้ เพื่อให้ตรงต่อจุดประสงค์ของเว็บไซต์
2. การออกแบบ: การออกแบบจะเริ่มตั้งแต่โครงสร้างหน้าเว็บไซต์ที่จะแสดงตำแหน่งของเนื้อหา ปุ่ม โลโก้ รูปภาพ และฟังก์ชันการทำงาน จากนั้นถึงจะออกแบบหน้าเว็บไซต์จริง ขนาดมือถือและแท็บเล็ตตามลำดับ ก่อนจะเขียนบรีฟและแนบตัวอย่างเอฟเฟกต์หน้าเว็บที่ต้องการ เพื่อส่งให้ทีม Develop ต่อไป
3. การพัฒนาเว็บไซต์: หลังจากออกแบบหน้าตาและฟังก์ชันการทำงาน และเลือกระบบจัดการเนื้อหาในขั้นตอนการวางแผนแล้ว จะทำการพัฒนาเว็บไซต์ตามที่วางแผนไว้ โดยครอบคลุมทั้งการพัฒนา Frontend ให้ตรงกับ Design, การ Setup Backend และ CMS, การเชื่อมต่อฐานข้อมูล และการตั้งค่า Server Environment ให้พร้อมก่อนขึ้น Production
4. การเพิ่มเนื้อหาและการทดสอบระบบ: การเพิ่มเนื้อหาและการทดสอบระบบสามารถทำไปพร้อมกันได้ เพราะการทดสอบระบบจะต้องมีการใส่เนื้อหาลงในเว็บไซต์ เราจึงใส่เนื้อหาจริงได้เลย เช่น ข้อความ, รูปภาพ, วิดีโอ และสื่ออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนการเปิดตัวเว็บไซต์เราต้องตรวจสอบว่าทุกฟังก์ชันของเว็บไซต์ทำงานได้ถูกต้อง และตรวจสอบการแสดงผลบนมือถือ แท็บเล็ต และเบราว์เซอร์ต่าง ๆ สุดท้ายควรตรวจสอบความเร็วในการโหลดหน้าเว็บก่อนเปิดตัวด้วย
5. การเปิดตัวเว็บไซต์: หลังจากทดสอบทุกอย่างเรียบร้อย ถึงจะนำเว็บไซต์ขึ้นสู่เซิร์ฟเวอร์จริง
เว็บไซต์ที่ล้าสมัยมักไม่ได้ส่งผลเสียให้เห็นอย่างชัดเจนในทันที แต่ส่งผลต่อทั้งประสบการณ์ผู้ใช้งาน ประสิทธิภาพด้าน SEO และโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว สัญญาณทั้ง 7 ข้อที่กล่าวมาสามารถใช้เป็นแนวทางในการประเมินว่าเว็บไซต์ปัจจุบันยังตอบโจทย์ธุรกิจและผู้ใช้งานได้ดีเพียงใด
เมื่อถึงเวลาต้องปรับปรุงเว็บไซต์ การตัดสินใจว่าจะ Refresh หรือ Redesign ควรพิจารณาจากสภาพของเว็บไซต์และเป้าหมายทางธุรกิจเป็นหลัก ไม่ว่าจะเลือกแนวทางใด การวางแผนที่ดีตั้งแต่ต้น ทั้งด้านโครงสร้างเว็บไซต์ ระบบจัดการเนื้อหา และ SEO จะช่วยให้การลงทุนครั้งนี้สร้างผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและรองรับการเติบโตของธุรกิจได้ในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย
ควรออกแบบเว็บไซต์ใหม่ทุกกี่ปี?
ต่างกันอย่างไรระหว่างการปรับปรุงเว็บไซต์เดิมกับการสร้างใหม่?
โครงสร้างเว็บไซต์ส่งผลต่อ SEO อย่างไร?
ขั้นตอนใดในการพัฒนาเว็บไซต์ใหม่ที่สำคัญที่สุด?
เขียนโดย
Front-End Developer
ลัณญนา จันทร์สว่าง