ธุรกิจคุณควรใช้เว็บไซต์สำเร็จรูปหรือพัฒนาขึ้นเอง

เว็บไซต์สำเร็จรูป
เว็บสำเร็จรูป คือเครื่องมือที่ใช้สร้างเว็บไซต์ สามารถปรับแต่งบนหน้าเว็บด้วยวิธีการลากวาง ไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมเป็นก็สามารถทำได้ สามารถเลือกรูปแบบเทมเพลตมาแล้วเปลี่ยนใส่ข้อมูลของเราได้เลย การเลือกใช้งาน จะขึ้นอยู่กับความต้องการและเป้าหมายในการสร้างเว็บไซต์ การเลือกใช้เว็บสำเร็จรูปเหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง หรือผู้ที่ต้องการสร้างเว็บไซต์อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องการซับซ้อนมากนัก
ข้อดีของเว็บไซต์สำเร็จรูป
ใช้งานง่าย: เว็บสำเร็จรูปส่วนใหญ่มีอินเตอร์เฟซที่ใช้งานง่ายเช่นการลากวาง ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการเขียนโค้ดก็สามารถสร้างเว็บไซต์ได้ และมีเอกสารอธิบายการใช้งาน ตัวอย่างวิธีการทำงานเข้าใจง่าย เช่น webflow จะมีวิดีโอคอร์สสอนการใช้งาน และ หากใช้ Figma ในการออกแบบหน้าเว็บไซต์ สามารถใช้ปลั๊กอินเสริม Figma to webflow ให้สามารถ Export element ต่างๆ บน Figma มาทำงานบน webflow ได้เลย
ประหยัดเวลา: การสร้างเว็บสำเร็จรูปจะใช้เวลาน้อยกว่าการพัฒนาเว็บไซต์เอง เนื่องจากมีเทมเพลตและฟังก์ชันสำเร็จรูปให้เลือกใช้ได้เลย สามารถเลือกเทมเพลตและเปลี่ยนข้อมูลก็พร้อมใช้งานเว็บไซต์ได้ทันที
ใช้ต้นทุนต่ำ: ส่วนใหญ่จะมีแพ็กเกจราคาที่เหมาะสำหรับเว็บไซต์ขนาดเล็ก ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการสร้างและดูแลเว็บไซต์ และสามารถใช้เป็นแพ็กเกจรายเดือนได้ เหมาะกับเว็บที่ใช้งานระยะสั้นอย่างเว็บอีเว้นที่ใช้สำหรับลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ไม่จำเป็นต้องชำระรายปี
มีเทมเพลตที่หลากหลาย: มีเทมเพลตที่ออกแบบมาพร้อมใช้งาน รองรับการปรับแต่ง เช่น Squarespace มีเทมเพลตทั้งหมด 178 แบบและมีหลายประเภทให้เลือกใช้งาน หรือว่า themeforest ที่มีบริการ theme WordPress มากถึง 12,551 Themes ซึ่งมีทั้งแบบฟรีและเสียเงินให้เลือกใช้
รองรับ SEO: เว็บไซต์สำเร็จรูปจะมีเครื่องมือ SEO ในตัว ช่วยให้ปรับแต่งเว็บไซต์บนหน้าเว็บได้เลย ทำให้ติดอันดับในเครื่องมือค้นหาได้ง่าย
การอัปเดตดูแลระบบ และมีบริการโฮสติ้งในตัว: เว็บสำเร็จรูปส่วนใหญ่ให้บริการโฮสต์พร้อม ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการหาโฮสติ้งแยก ดังนั้นจะจัดการอัปเดตซอฟต์แวร์ ความปลอดภัย และการดูแลระบบให้โดยอัตโนมัติ เว้นแต่ WordPress.org ที่ไม่มีบริการโฮสติ้งในตัว จึงต้องอัปเดตซอฟต์แวร์เอง
ข้อเสียเว็บไซต์สำเร็จรูป
การปรับแต่งหน้าเว็บที่จำกัด: แม้เว็บไซต์สำเร็จรูปจะมีความยืดหยุ่นในการปรับแต่ง แต่หากต้องการปรับแต่งนอกเหนือจากเทมเพลตที่เลือก อาจทำไม่ได้เท่ากับการพัฒนาเว็บไซต์เอง หรือจำเป็นต้องเขียนโค้ดเพิ่มเติมเช่น การเลือกใช้ font ที่นอกเหนือจากที่เว็บมีให้ ถ้าเป็น Squarespace จะต้องอัปโหลดและเขียนโค้ดเพิ่มเพื่อเลือกใช้ font นั้นๆ แต่ถ้าเป็น wix จะสามารถอัปโหลดและเลือกใช้ในหน้าอินเตอร์เฟซได้เลย
ค่าใช้จ่ายแฝง: นอกจากแพ็กเกจรายเดือนหรือรายปี อาจมีค่าใช้จ่ายแฝง เมื่อมีเพิ่มฟังก์ชันต่างๆ เช่น ระบบการจอง ระบบซื้อขายสินค้า อาจมีค่าธรรมเนียมในการติดตั้งปลั๊กอินหรือแอปพลิเคชันเสริมเพื่อใช้สำหรับหน้าเว็บ
ระบบการงานที่ซับซ้อน: บางฟังก์ชันเฉพาะ เช่น ระบบจัดการการจองหรือตัวเลือกการชำระเงินที่ซับซ้อน อาจไม่สามารถทำงานได้อย่างที่ต้องการ ยกตัวอย่างเช่น การปรับแต่งการออกแบบหน้าชำระเงินของ woocommerce ที่ไม่สามารถปรับแต่งได้ และระบบชำระเงินที่เราต้องการซึ่งระบบอาจจะไม่รองรับทำให้ต้องติดตั้งปลั๊กอินเพิ่มเติม
การย้ายข้อมูลและการเปลี่ยนระบบ: หากต้องการพัฒนาระบบต่อในอนาคต หรือย้ายข้อมูลเดิมออกจากเว็บสำเร็จรูปอาจเป็นเรื่องยากและซับซ้อน และหากต้องการเปลี่ยนระบบ เนื่องจากระบบการทำงานไม่เหมือนกัน การนำเข้า/ส่งออกเนื้อหา ต้องดูว่าระบบใหม่รองรับรูปแบบข้อมูลเก่าหรือไม่
เว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้นเอง: เว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้นเองคือเว็บไซต์ที่ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นมาเฉพาะตามความต้องการของเจ้าของธุรกิจหรือผู้ใช้งาน ซึ่งสามารถปรับแต่งทั้งฟังก์ชันการทำงานและการออกแบบให้เหมาะสมกับแบรนด์หรือความต้องการเฉพาะของธุรกิจนั้น ๆ โดยไม่ได้ยึดตามเทมเพลตสำเร็จรูป การทำเว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้นเองจะสามารถทำฟีเจอร์เฉพาะทางที่ซับซ้อนได้ เช่น ระบบการจองออนไลน์ ระบบซื้อขายสินค้า หรือการเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์อื่น ๆ
ข้อดีของการทำเว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้นเอง
ทำฟีเจอร์เฉพาะทางที่ซับซ้อนได้: การเลือกทำเว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้นเอง ช่วยให้คุณสามารถปรับแต่งฟังก์ชันและการออกแบบได้ตามความต้องการเฉพาะของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการจัดโครงสร้างเว็บไซต์ การปรับระบบหลังบ้าน (Back-end) เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดการข้อมูล เช่น ระบบจัดการคำสั่งซื้อ นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อเว็บไซต์เข้ากับซอฟต์แวร์หรือระบบภายนอกอื่น ๆ ที่ธุรกิจใช้งานอยู่ เช่น การเชื่อมต่อกับระบบ CRM
การออกแบบที่ไม่เหมือนใคร: การออกแบบเว็บไซต์ที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้สามารถสื่อสารภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างเต็มที่ เมื่อเลือกทำเว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้นเอง ทำให้การเลือกดีไซน์สอดคล้องกับแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สี ฟอนต์ การจัดวางเนื้อหา หรือภาพประกอบ นอกจากนี้ การออกแบบ UI/UX ที่ตอบโจทย์การใช้งานและทำให้เว็บไซต์ใช้งานง่ายขึ้น และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด
ประสิทธิภาพสูงกว่า: การเลือกทำเว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้นเอง ช่วยให้ปรับแต่งประสิทธิภาพให้สูงกว่าเว็บไซต์สำเร็จรูป เนื่องจากสามารถควบคุมทุกองค์ประกอบของเว็บไซต์ได้ รวมถึงการปรับแต่งในด้านความเร็ว และ ประสิทธิภาพในการทำงาน สามารถลดจำนวนโค้ดที่ไม่จำเป็น ปรับแต่งการโหลดไฟล์ภาพหรือวิดีโอ และเลือกเทคโนโลยีที่ช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้เร็วขึ้น การปรับแต่งเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์ของผู้ใช้ เพราะเว็บไซต์ที่โหลดเร็วจะช่วยลดอัตราการออกจากเว็บไซต์ (bounce rate) ในด้าน SEO (Search Engine Optimization) สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับการจัดอันดับในผลการค้นหา เช่น การปรับโครงสร้าง URL การเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับแนวทางของ Google Core Web Vitals
รองรับการพัฒนาต่อในอนาคต: หากต้องการเพิ่มฟีเจอร์หรือขยายเว็บไซต์ การเลือกทำเว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้นเอง ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณสามารถรองรับการพัฒนาต่อในอนาคตได้ หากต้องการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ หรือต้องการขยายเว็บไซต์ การปรับแต่งเว็บไซต์สามารถทำได้อย่างง่ายดาย เช่น ระบบซื้อขายสินค้า ฟีเจอร์เหล่านี้สามารถเพิ่มเข้ามาในระบบได้ เนื่องจากจากมีโครงสร้างที่ถูกออกแบบมาให้ปรับตัวตามความต้องการของธุรกิจ
ข้อเสียของการทำเว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้นเอง
ค่าใช้จ่ายสูง: การเลือกทำเว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้นเอง มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการใช้เว็บไซต์สำเร็จรูป เนื่องจากการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ตั้งแต่เริ่มต้นต้องใช้ทรัพยากรและเวลาในการดำเนินงานมากกว่า การสร้างเว็บไซต์แบบนี้ต้องการทีมนักพัฒนามืออาชีพ ดีไซเนอร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ที่จะร่วมกันพัฒนาเว็บไซต์ และการพัฒนาโครงสร้างที่เหมาะสมกับฟังก์ชันที่ต้องการหากธุรกิจต้องการฟีเจอร์พิเศษ เช่น ระบบการจัดการสินค้าคงคลังที่ซับซ้อน ระบบชำระเงินที่ปลอดภัย หรือการเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ภายนอก เช่น CRM ก็จะยิ่งทำให้ค่าใช้จ่ายมากขึ้นเนื่องจากต้องพัฒนาโค้ดและโครงสร้างที่ซับซ้อนเพิ่มเติม
ใช้เวลานานในการพัฒนา: การออกแบบและพัฒนาตั้งแต่ต้นใช้นานเนื่องจากต้องผ่านกระบวนการออกแบบและพัฒนา ตั้งแต่การวางแผนการทำงาน การออกแบบหน้าเว็บหลังจากนั้น ทีมพัฒนาจะต้องทำการเขียนโค้ดและสร้างฐานข้อมูล และการพัฒนาทุกฟีเจอร์จะต้องได้รับการทดสอบเพื่อให้มั่นใจว่าเว็บไซต์ทำงานไม่ผิดพลาด
ต้องการการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่องและความเสี่ยงทางเทคนิคด้านความปลอดภัย: การพัฒนาเว็บไซต์ที่ซับซ้อนมักมีฟังก์ชันและระบบที่หลากหลาย จำเป็นต้องมีการตรวจสอบและปรับปรุงเป็นประจำ การอัปเดตซอฟต์แวร์และระบบรักษาความปลอดภัย ช่วยป้องกันการโจมตีจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ หากทีมงานไม่มีทักษะเพียงพอ อาจเกิดปัญหาทางเทคนิคหรือการรักษาความปลอดภัยที่ไม่ดี นำไปสู่ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของเว็บไซต์และทำให้เว็บไซต์เสี่ยงต่อการโจมตีจากแฮกเกอร์ การขโมยข้อมูลทางการเงิน สิ่งเหล่านี้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้งาน และทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการแก้ไข
ลัณญนา จันทร์สว่าง