วิธีคิด

Marketing

การวิเคราะห์ตลาดเชิงลึกเพื่อวางแผนการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ

<p>การวิเคราะห์ตลาดเชิงลึกเพื่อวางแผนการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ</p>

การวิจัยตลาดเชิงลึกคือกระบวนการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับตลาด คู่แข่ง และกลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นระบบ โดย SUFFIX ใช้กระบวนการ 7 ขั้นตอน ตั้งแต่ Background Analysis, Competitor Analysis, การตั้ง KPIs ไปจนถึงการสรุปข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้แบรนด์ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจว่าจะสื่อสารกับใคร อย่างไร และด้วยวิธีไหน

กระบวนการวิจัยตลาดที่มีโครงสร้างชัดเจน

การวิจัยทางการตลาดที่มีโครงสร้างชัดเจนจะช่วยให้แบรนด์ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ โดยขั้นตอนการวิจัยทางการตลาดที่ SUFFIX ใช้ประกอบด้วย 7 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

Background Analysis: รวบรวมข้อมูลพื้นฐาน เช่น ข้อมูลบริษัท แบรนด์ ผลิตภัณฑ์ ข้อเสนอที่โดดเด่น และจุดได้เปรียบทางธุรกิจ เพื่อให้เข้าใจบริบทของแบรนด์ก่อนลงลึกในขั้นตอนถัดไป

Market Analysis & Segmentation: แบ่งกลุ่มคู่แข่งโดยจำแนกเป็นคู่แข่งภายในประเทศ (Local Competitor) และคู่แข่งต่างประเทศ (Global Competitor) เพื่อให้เห็นภาพรวมของตลาดอย่างครบถ้วน

Competitor Analysis: วิเคราะห์คู่แข่งแต่ละ Market โดยแบ่งเป็น คู่แข่งทางตรง (Direct Competitors) ที่มีสินค้าหรือบริการแบบเดียวกันและแย่งลูกค้ากลุ่มเดียวกันโดยตรง และคู่แข่งทางอ้อม (Indirect Competitors) ที่มีสินค้าหรือบริการซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการเดียวกันได้ในทางอ้อม การแยกให้ชัดเจนช่วยให้วางกลยุทธ์ตอบโต้ได้ตรงจุด เพราะการสู้กับ Direct Competitor ต้องการแนวทางที่ต่างกับการสู้กับ Indirect Competitor ที่แย่ง Budget หรือ Need เดิมของลูกค้าไป

Objective Setting: ระบุปัญหาหรือเป้าหมายที่ต้องการ เช่น การเพิ่มยอดขายหรือขยายตลาดใหม่ พร้อมกำหนด KPIs เช่น การเข้าถึงลูกค้าและการสร้างการรับรู้ในกลุ่มเป้าหมาย

Market Research Methods: ใช้การวิจัยหลายรูปแบบเพื่อเก็บข้อมูลให้ครบถ้วน ได้แก่ Online Surveys เพื่อเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ, Focus Groups และ Interviews เพื่อเจาะลึกความคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมาย และ Social Listening เพื่อวิเคราะห์ความคิดเห็นและรีวิวจากโซเชียลมีเดีย ทำให้เข้าใจ Customer Perception ต่อแบรนด์และคู่แข่งได้อย่างตรงไปตรงมา

Data Analysis: ใช้เครื่องมือเช่น Google Analytics หรือ Mandala Analytics ในการวิเคราะห์เชิงสถิติ เพื่อระบุแนวโน้มและพฤติกรรมของตลาด

Interpretation & Reporting: สรุปและนำเสนอผลวิจัยในรูปแบบที่เข้าใจง่าย พร้อมข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ที่สามารถนำไปใช้จริง เช่น การปรับกลยุทธ์ด้านการตลาดหรือการกำหนดตำแหน่งแบรนด์ในตลาด

การวิจัยตลาดที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนจะช่วยให้แบรนด์สร้างแผนการตลาดที่แม่นยำ ทั้งในด้านการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย การพัฒนากลยุทธ์การสื่อสาร และการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกอุตสาหกรรม

 

Use Case: การทำ Research ให้กับ Cho Heng Rice Vermicelli Factory

Cho Heng Rice Vermicelli Factory เป็นแบรนด์ที่ผลิตแป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียว รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในอุตสาหกรรมแป้ง โดยแบรนด์ต้องการข้อมูลเชิงลึกเพื่อพัฒนากลยุทธ์การกำหนดราคาและการสื่อสารการตลาด

ทีม SUFFIX เริ่มจากการศึกษาภาพรวมของแบรนด์และวิเคราะห์คู่แข่งในระดับท้องถิ่นเป็นหลัก โดยแบ่งการเก็บข้อมูลออกเป็น 2 ฝั่ง ได้แก่

ฝั่ง B2B: ติดต่อ Distributor, Wholesaler และ Retailer ผ่านการสอบถามและพูดคุยในทุกภาคของประเทศไทย เพื่อสอบถาม Pricing ที่ใช้จริงในแต่ละพื้นที่ เปรียบเทียบสินค้าคู่แข่งที่วางจำหน่าย และวิเคราะห์กลยุทธ์การสื่อสารและโฆษณาของคู่แข่งบนโซเชียลมีเดีย การลงพื้นที่ทั่วประเทศทำให้เห็นว่าราคาสินค้าในตลาดมีความแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการวางกลยุทธ์การกำหนดราคาที่เหมาะสมกับแต่ละตลาด

ฝั่ง B2C: จัดทำ Online Surveys กระจายไปตามกลุ่มคนที่ใช้แป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียวในการทำขนม หรือคนในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อทำความเข้าใจ Customer Perception ที่มีต่อแบรนด์และคู่แข่ง ซึ่งพบว่า Perception ของกลุ่ม B2C มีความแตกต่างจากกลุ่ม B2B อย่างมีนัยสำคัญ นำไปสู่การพัฒนากลยุทธ์การสื่อสารที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจนในแต่ละกลุ่ม

 

ข้อมูลจากการวิจัยนี้ช่วยให้ Cho Heng Rice Vermicelli Factory เห็นภาพรวมตลาด เพื่อนำไปพัฒนากลยุทธ์การกำหนดราคาและการสื่อสารการตลาดได้อย่างแม่นยำ

คำถามที่พบบ่อย

การวิจัยตลาดคืออะไร และธุรกิจควรทำเมื่อไหร่?
การวิจัยตลาดคือกระบวนการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับตลาด ลูกค้า และคู่แข่งอย่างเป็นระบบ ธุรกิจควรทำเมื่อต้องการเปิดตลาดใหม่ เปิดตัวสินค้าหรือบริการใหม่ ปรับกลยุทธ์การสื่อสาร หรือเมื่อผลลัพธ์ทางการตลาดไม่เป็นไปตามเป้าหมายและต้องการหาสาเหตุที่แท้จริง
คู่แข่งทางตรงกับทางอ้อมต่างกันอย่างไร?
คู่แข่งทางตรง (Direct Competitors) มีสินค้าหรือบริการแบบเดียวกันและแย่งลูกค้ากลุ่มเดียวกันโดยตรง เช่น แบรนด์แป้งข้าวเจ้าด้วยกัน ส่วนคู่แข่งทางอ้อม (Indirect Competitors) มีสินค้าหรือบริการที่ตอบสนองความต้องการเดียวกันได้ เช่น แป้งสาลีที่ลูกค้าบางกลุ่มอาจเลือกใช้แทน การแยกให้ชัดช่วยให้วางกลยุทธ์การแข่งขันได้ตรงจุดมากขึ้น
Social Listening ช่วยการวิจัยตลาดได้อย่างไร?
Social Listening ช่วยเก็บข้อมูลเชิงความรู้สึกและ Customer Perception แบบ Real-time จากโซเชียลมีเดีย รีวิว และ Community ต่าง ๆ โดยไม่ต้องรอจัดทำ Survey ข้อมูลที่ได้จะสะท้อนความคิดเห็นจริงของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์และคู่แข่ง ช่วยให้วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนในมุมมองของผู้ใช้จริงได้อย่างตรงไปตรงมา
การวิจัยตลาดแบบ B2B กับ B2C ต่างกันอย่างไร?
การวิจัยแบบ B2B มักเน้นการสัมภาษณ์เชิงลึกกับ Distributor, Wholesaler หรือ Buyer ขององค์กร เพื่อทำความเข้าใจกระบวนการจัดซื้อและเงื่อนไขทางธุรกิจ ส่วนการวิจัยแบบ B2C มักใช้ Online Surveys, Focus Groups และ Social Listening เพื่อเข้าใจพฤติกรรมและความรู้สึกของผู้บริโภครายบุคคล ทั้งสองแบบให้ Insight ที่แตกต่างกันและควรทำควบคู่กันเมื่อธุรกิจมีทั้งสองกลุ่ม

Share

เขียนโดย
Digital Marketer

ฉัตริน อินทร์เมือง